ขอขอบคุณผู้สนับสนุนชมรม

LINK
สมาคมโรงแรมไทย
มูลนิธิใบไม้เขียว
กองควบคุมอาคาร
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
การไฟฟ้านครหลวง
การไฟฟ้าฝ่ายผลิต
การประปาส่วนภูมิภาค
สภาวิศวกร
การประปานครหลวง
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
LINK ชมรมวิศวกรรม
ชมรม ช่างสมุย
ชมรมพนักงานโรงแรม
ชมรม ช่างภูเก็ต
อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ค่ะ
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ข่าวสด
มติชน
คม-ชัด-ลึก
ผู้จัดการ
บ้านเมือง
สยามธุรกิจ
กรุงเทพธุรกิจ
ข้อมูลประจำวันค่ะ
ราคาน้ำมันและ NGV LPG
ราคาทองประจำวัน
พยากรณ์อากาศ
สภาพการจราจร
สมัครสมาชิกชมรม

สมัครสมาชิก คลิกที่นี่

สมาชิกชมรมฯแบ่งเป็น 3 ประเภท

1 สมาชิกสามัญ ผู้ที่บริหารงานและผู้ช่วยเกี่ยวกับงานในด้านวิศวกรรมในโรงแรม อาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล ศูนย์การค้า และอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการชมรมฯเห็นชอบ

2 สมาชิกสมทบ มี2ประเภทคือ

2.1 ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในฝ่ายช่างวิศวกรรมของโรงแรม อาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล ศูนย์การค้าและอื่นๆตามที่คณะกรรมการชมรมฯเห็นชอบ

2.2 สมาชิกนิติบุคคล เช่นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภันฑ์ทางวิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรืออื่นๆที่จดทะเบียนในประเทศไทย3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ บุคลที่ทรงเกียรติ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีอุปการคุณแก่ชมรมซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกชมรมฯ

3. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่ชมรมซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของชมรม และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

 

ข้อบังคับ
ของ
ชมรมผู้บริหารงานวิศวกรรมในโรงแรมและอาคารพาณิชย์
หมดที่ 1
ความหมายทั่วไป
1. ชื่อชมรม
ชื่อภาษาไทย " ชมรมผู้บริหารงานวิศวกรรมในโรงแรมและ อาคารพาณิชย์ "
ชื่อภาษาอังกฤษ" HOTELS & BUILDINGS CHIEF ENGINEERING’S CLUB "
 

2.1 รูปแบบ
เป็นอาคารสูงหลายหลัง ฐานล้อมด้วยเฟือง ส่วนบนเป็นชื่อชมรมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โค้งเป็นรัศมีเหนือตัวอาคารสูง
2.2 ความหมาย
อาคารสูงหลายหลัง หมายถึงโรงแรม,อาคารพาณิชย์,โรงพยาบาล,ศูนย์การค้า เป็นต้น
เฟือง หมายถึง วิศวกร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมทุกสาขาวิชา
ข้อความที่มีรัศมีโค้งอยู่เหนืออาคารสูง เป็นข้อความบ่อบอกชื่อชมรม
3. กำหนดสถานที่ตั้ง
สมาคมโรงแรมไทย
ตั้งอยู่เลขที่ 203-209/3 ถนน ราชดำเนินกลาง ตำบล/แขวง บวรนิเวศ
อำเภอ/เขต พระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10200
โทรศัพท์ 281-9496(คู่สาย) 629-1931-2 แฟกซ์ 281-4188,629-1930
4. วัตถุประสงค์
1. เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความคิดเห็น สามารถนำประโยชน์สูงสุด ไปพัฒนาองค์กร และยกระดับความรู้ความสามารถของสมาชิกให้สูงขึ้น
2. เพื่อเป็นศูนย์รวมในการศึกษา ค้นคว้า สำรวจ วิจัย ตลอดจนสรรหาวิทยากร และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในองค์กร
3. เพื่อส่งเสริมขอการสนับสนุนทางวิชาการ จากหน่วยงานรัฐ และเอกชนพัฒนาเป็นแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้อง ให้สอดคล้องกับระเบียบ ตามตัวบทกฎหมายของทางราชการและมาตราฐานสากล
4. เพื่อศึกษาค้นคว้าและพัฒนา ด้านการประหยัดพลังงานและการลดต้นทุนการผลิตในทุกรูปแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกังองค์กรต้นสังกัด
5. เพื่อส่งเสริมงานวัฒนธรรม ตลอดจนการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
6. เพื่อพบปะ สังสรรค์ สร้างความสามัคคีในกลุ่มสมาชิกและครอบครัว ช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามสถานภาพ
7. ชมรมจะวางตัวเป็นกลางในทางการเมือง แต่ให้การสนับสนุนการปกครองในระบบประชาธิปไตย

หมวดที่ 2
สมาชิก
สมาชิกของชมรมมี 3 ประเภท
1. สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้บริหารงาน หรือ ผู้เคยบริหารงานวิศวกรรม และผู้ช่วยเกี่ยวกับงานวิศวกรรมในโรงแรม,อาคารพาณิชย์,โรงพยาบาล,ศูนย์การค้า และอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการมีมติเห็นชอบ
2. สมาชิกสมทบมี 2 ประเภท คือ
2.1 ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในฝ่ายช่างวิศวกรรมของโรงแรม อาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล ศูนย์การค้า และอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการมีมติเห็นชอบ
2.2 สมาชิกนิติบุคคล เช่น บริษัทผู้ผลิต และหรือจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน และหรือไฟฟ้า และหรือสุขาภิบาล และหรือป้องกันอัคคีภัย และหรือสิ่งแวดล้อม ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งต้องมีสมาชิกสามัญรับรอง 2 คน
หมายเหตุ
การเปลี่ยนประเภทสมาชิก จากสมาชิกสมทบเป็นสมาชิกสามัญ กระทำได้โดยยื่นความจำนงค์เป็นลายลักษณ์อักษรต่อชมรม พร้อมแนบหนังสือรับรองคุณสมบัติจากสถานประกอบการ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาผลออกมาประการใดเลขานุการจะเป็นผู้แจ้งให้ผู้ยื่นความจำนงค์ทราบภายใน 30 วัน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับของสมาชิกสามัญต่อไป
3. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่ชมรมซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของชมรม และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
สมาชิกต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
2. เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
3. ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
4. ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย
หรือไร้ความสามารถหรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมา? หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของซาลาถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของชมรมเท่านั้น
5. ต้องเป็นผู้บริหาร หรือผู้ช่วย หรือผู้ปฏิบัติการในฝ่ายช่าง
วิศวกรรมในโรงแรม อาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล ศูนย์การค้า และสมาชิกสมทบ
6. ต้องชำระค่าลงทะเบียน และค่าบำรุง ภายใน 60 วัน นับจาก
วันสิ้นสุด สมาชิกภาพ
7. ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงชมรม
1. สมาชิกสามัญ
จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก 1,000 บาท
และค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ 1,000 บาท
2. สมาชิกสมทบ ( ข้อ 2.1 )
จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก 500 บาท
และค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ 500 บาท ( บุคคลที่เกษียณอายุจะต่อให้จ่ายสมทบ )
3. บริษัทผู้สนับสนุนชมรมฯ รายปี ๆ ละ 3,000 บาท
ทั้งนี้ทางชมรมจะสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงตามความเหมาะสมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงชมรมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
8. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม
8.1 ยื่นใบสมัครตามแบบของชมรมต่อประธานชมรมฯ เลขานุการและเหรัญญิกชมรมฯ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 2 ท่าน
8.2 ชมรมฯจะประกาศให้สมาชิกทราบภายใน 30 วัน หาก
ไม่มีสมาชิกสามัญคัดค้าน ก็ให้เลขานุการนำเรื่องเข้าคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติ ผลออกมาอย่างไรให้เลขานุการแจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว
9. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ผู้สมัครต้องชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงชมรมให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการหากภายในกำหนดดังกล่าวผู้สมัครยังไม่ชำระเงินให้เรียบร้อย ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก
10. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ได้มาถึงยังประธานชมรม
11. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
11.1 ตาย
11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะ
กรรมการและคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังตกค้างอยู่กับชมรมเป็นที่เรียบร้อย
11.3 ขาดคุณสมบัติสมาชอก
11.4 ที่ประชุมใหญ่ของชมรม หรือคณะกรรมการได้
พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อเสียมาสู่ชมรม
12. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
12.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของชมรมโดยเท่าเทียมกัน
12.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของชมรมต่อคณะกรรมการ
12.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
12.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของชมรม
12.5 สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการชมรมและมีสิทธิออกเสียลงมติต่างๆ ในที่ประชุมคนละ 1 คะแนนเสียงเท่านั้น
12.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของชมรม
12.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดที่เข้าประชุมหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
12.8 มีหน้าที่ต้องปฎิบัติตามระเบียบปฎิบัติ ละข้อบังคับของชมรมโดยเคร่งครัด
12.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติเป็นสมาชิกของชมรม
12.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของชมรม
12.11 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
12.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของชมรมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ 3
การดำเนินกิจการชมรม
13. ให้มีคณะกรรมการคนหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของ
ชมรมมีจำนวนอย่างน้อย 12 คน อย่างมากไม่เกิน 15 คน และที่ปรึกษาไม่เกิน 7 คน คณะกรรมการเลือกตั้งชุดนี้ได้มาจาก การเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของชมรม และให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกประธานชมรมขึ้นมา 1 คนก่อน แล้วให้ประธานชมรมเลือกรองประธาน และคณะกรรมการในตำแหน่งต่างๆ ตามความเหมาะสมพร้อมทั้งแจ้งให้สมาชิกทราบในที่ประชุมใหญ่ในคราวต่อไป
สำหรับตำแหน่งและหน้าที่ของกรรมการ โดยสังเขปทีดังนี้
13.1 ประธานชมรม ทำหน้าที่ เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของชมรม เป็นผู้แทนชมรมในการติดต่อบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและประชุมใหญ่ของชมรม
13.2 รองประธาน ทำหน้าที่ เป็นผู้ช่วยประธานชมรมในการบริหารกิจการชมรม ปฏิบัติหน้าที่แทนเมื่อประธานไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
13.3 เลขานุการ ทำหน้าที่ เกี่ยวกับงานธุรการของชมรมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของชมรมในการปฏิบัติกิจการชมรม และปฏิบัติตามคำสั่งของประธานชมรม ตลอดจนหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของชมรม
13.4 เหรัญญิก ทำหน้าที่ เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดขอมชมรม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับรายจ่ายบัญชีงบดุลของชมรม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของชมรมไว้เพื่อตรวจสอบ
13.5 ปฏิคม ทำหน้าที่ ในการให้การต้อนรับแขกของชมรม เป็นหน้าที่ในการจัดเตรียมสถานที่ของชมรม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของชมรม
13.6 นายทะเบียน ทำหน้าที่ เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทีทั้งหมดของชมรม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงชมรมจากสมาชิก
13.7 ประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่ เผยแพร่กิจกรรมและชื่อเสียงเกียรติคุณขอมชมรมให้สมาชิก และบุคคลทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
13.8 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่องรวมกับตำแหน่งข้าวต้นแล้ว ไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับกำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการได้กำหนดตำแหน่ง ก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
คณะกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มจัดตั้งชมรมเป็นผู้เลือกตั้งประกอบด้วย ประธานชมรมและกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของชมรม
14. คณะกรรมการของชมรม สามารถอยู่ในตำแหน่งได้
คราวละไม่เกิน 2 ปี และเมื่อครบวาระแล้วหากยังไม่มีคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา ก็ให้คณะกรรมการชุดแรกรักษาการไปก่อน แล้วรีบเลือกคณะกรราการชุดใหม่ขึ้นมาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันสิ้นสุดวาระของคณะกรรมการชุดแรก
15. ตำแหน่งคณะกรรมการชมรม ถ้าต้องว่างลงก่อนวาระ ก้ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
16. กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช้เป็นการออกตามวาระ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
16.1 ตาย
16.2 ลาออก
16.3 ขาดจากสภาพสมาชิก
16.4 ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
17. กรรมการที่ประสงค์ลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อประธาน และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก
8. กรรมการที่ประสงค์ลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นใบลาออก
เป็นลายลักษณ์อักษรต่อประธาน และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก
8. อำนาจหน้าที่จองกรรมการ
18.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
18.2 มีอำนาจแต่งตั้ง และถอดถอนเจ้าหน้าที่ของชมรม
18.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรือ อนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรือ
อนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
18.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
18.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
18.6 มีอำนาจบริหารกิจการชมรม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
18.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของชมรม
18.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมวิสามัญ ตามที่สมาชิก
สามัญจำนวน 1 ใน 3
ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อขอร้องให้มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น
ซึ่งการนี้ต้องจัดให้มีขึ้นภายใน 60 วัน นับจากวันได้รับหนังสือร้องขอ
18.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินการต่างๆ ของชมรม ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาขิกตรวจสอบได้ เมื่อสมาชิกร้องขอ
18.10 จัดทำบันทุกต่างๆ ของชมรม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกทราบ
18.11 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดๆไว้
8. คณะกรรมการต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือน ละ 1 ครั้งหรือตามความเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของชมรม
8. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมรกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุมมติของที่ประชุมคณะกรรมการถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็ฯเกณฑ์แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
8. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานและรองประธาน
ไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้เลขานุการปฏิบัติหน้าที่แทน
หรือถ้าเลขานุการไม่อยู่ก็ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใกคนหนึ่งมาทำหน้าที่ประธานแทนในคราวนั้น

หมวดที่ 4
การประชุมใหญ่
22. การประชุมใหญ่ของชมรมมี 2 ชนิด
22.1 ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
22.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ
22. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ 1 ครั้ง (โดยคณะกรรมการเป็นผู้กำหนด วัน เวลา และสถานที่)
22. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจมีขึ้นได้โดยคณะกรรมการเห็นควรให้จัดขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด
หรือสมาชิกไม่น้อยกว่า 100 คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการ
22. การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน ให้สมาชิกทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
ก่อนกำหนดการประชุม
22. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังนี้
26.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
26.2 แถลงบัญชี รายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกทราบ
26.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
26.4 เลือกผู้สอบบัญชี(ถ้าสมาคมจำเป็นต้องปฏิบัติ)
26.5 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
22. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด จึงถือว่าครบองค์ประชุม
แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดการประชุม ยังมีสมาชิกเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุมให้คณะกรรมการเรียกประชุมอีกครั้งภายใน 60 วัน นับจากวันนัดประชุมครั้งแรก
สำหรับการประชุมครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกเข้าร่วมเม่าใดให้ถือว่าครบองค์ประชุม
ยกเว้นเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นจากการร้องขอของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ให้ถือว่าการประชุมเป็นการยกเลิก
22. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือ
คะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงมีมติเท่ากันก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
22. ในการประชุมใหญ่ของชมรม ถ้าประธานและรองประธานไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้เลขานุการ ปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน และหากประธานรองประธาน และเลขานุการไม่อาจมาร่วมประชุมได้
ก็ให้ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนกนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมนั้น

หมวดที่ 5
การเงินและทรัพย์สิน
22. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในคามรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของชมรมถ้ามีให้นพฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์อันเป็นหลักฐาน
22. การลงนามในตั๋วเงิน หรือเช็คของชมรม จะต้องมีลายชื่อของประธาน หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการ พร้อมกับประทับตราของชมรม จึงจุถือว่าใช้ได้
22. ให้ประธานมีอำนาจสั่งจ่ายของชมรมได้ครั้งละไม่เกิน 20,000
บาท(สองหมื่นบาทถ้วน)ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท(ห้าหมื่นบาทถ้วน)
ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเกินกว่านี้ต้องไดรับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของชมรม
22. ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของชมรมได้ไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน)ถ้าเกินกว่านี้จะต้องนำมาฝากธนาคารในบัญชีของชมรมทันที่ที่โอกาษอำนวยให้
22. เหรัญญิก จะต้องทำบัญชี รายรับรายจ่าย และบัญชีงบดุล
ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการการรับหรือจ้ายทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็ฯหนังสือ
ลงลายมือชื่อของประธานหรือผู้กระทำการแทนร่วมกับเรัญญิกพร้อมประทับตราชมรมทุกครั้ง
22. ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช้กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของชมรม
และต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต(ถ้าสมาคม จำเป็นต้องมี)
22. ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเก็บเอกสารที่เกี่ยวกับการเงิน
และทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของชมรมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของชมรมได้
22. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อบังคับ และการเลิกชมรม
22. ข้อบังคับของชมรม สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดย
38.1 แก้ไขเปลี่ยนแปลงโดย คณะกรรมการชุดปัจจุบัน
ที่มีมติเป็ฯเอกฉันท์ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการแก้ไขดังกล่าวเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องการทำ
หรือหากละเว้นก็จะกระทบต่อสถานภาพในการดำเนินกิจกาจของชมรมอย่างใหญ้หลวงแล้วแจ้งให้ที่แระชุมใหญ่สามัญทราบในคราวต่อไป
และหากสมาชิกคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยและหรือต้องการแก้ไขเป็นอย่างอื่นก็สามารถกระทำได้โดยแจ้งความจำนงค์พร้อมเหตุผล และจุดประสงค์ในเรื่องนั้นๆผ่านไปทางตัวแทนหรือกรรมการที่สมาชิกเสนอชื่อและได้รับเลือกเข้ามาบริหารกิจการของชมรม
22. การเลิกชมรม จะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ชมรม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุผลของกฎหมายมติออกมาต้องไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมดและองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
22. เมื่อชมรมต้องเลิก ไม่ว่าเหตุผลใด ๆ ก็ตาม
ทรัพย์สินของชมรมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของ(ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์เท่านั้น)


หมวดที่ 7
บทเฉพาะกาล
22. ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพ.ศ.2541 เป็นต้นไป(7กุมภาพันธ์ 2541)
22. กฎข้อบังคับของชมรมจะต้องถูกยกเลิกทุกประการเมื่อได้ยกฐานะเป็นสมาคม
22. ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ได้แก่บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ทรงเกียรติ
หรือผู้มีอุปการะคุณแก่ชมรมทั้งหน่ายงานของรัฐ เอกชน
ที่คณะกรรมการลมมติเห็นชอบให้เชิญเข้าเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ แก่ชมรม แต่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน มีจำนวนไม่เกิน 5ท่าน และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง หรือไม่เกิน 2 ปี(แก้ไขเพิ่มเติม 25 กุมภาพันธ์ 2541
22. วัตถุประสงค์ (แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อ 7 มกราคม 2542)
44.1 เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความสามารถประสบการณ์ ความคิดเห็น สามารถนำ
ประโยชน์ สูงสุดไปพัฒนาองค์กร และยกระดับความรู้ความสามารถของสมาชิกให้สูงขึ้น
44.1 เพื่อเป็นศูนย์รวมในการศึกษาค้นคว้า สำรวจ วิจัย ตลอดจนสรรหาวิทยากร และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในองค์กร
44.1 เพื่อส่งเสริมและขอการสนับสนุนทางวิชาการ จากหน่วยงานรัฐ และเอกชนมาพัฒนาเป็นแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้อง ให้สอดคล้องกับระเบียบตามตับบทกฎหมายของทางราชการและมาตราฐานสากล
44.1 เพื่อศึกษาค้นคว้าและพัฒนา ด้านการประหยัดพลังงานและการลดต้นทุนการผลิตในทุกรูปแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรต้นสังกัด
44.1 เพื่อส่งเสริมงานวัฒนธรรม ตลอดจนการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
44.1 เพื่อพบปะสังสรรค์ สร้างความสามัคคีในกลุ่มสมาชิกและครอบครัว ช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามสถานภาพ
44.1 ชมรมจะวางตัวเป็นกลางในทางการเมือง แต่ให้การสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

หมวดที่ 7
บทเฉพาะกาล(เพิ่มเติม)
43. ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ได้แก่บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิหรือผูทรงเกียรติหรือผู้มีอุปการะคุณแก่ชมรมทั้งหน่วยงานรัฐ
และเอกชนที่คณะกรรมการลงมติเห็นชอบให้เชิญเข้าเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ
แก่ชมรม แต่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน มีจำนวนไม่เกิน 5 คน
และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง หรือไม่เกิน 2 ปี
หมายเหตุ
การตราข้อบังคับเพิ่มเติมในบทเฉพาะกาล หมวดที่ 7 ข้อ 43 ได้อาศัยข้อบังคับในหมวดที่6
ข้อ 38 (ข้อ38.1) ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรม เมื่อวันพุธที่ 25
กุมภาพันธ์ 2541 ณ โรงแรม Sol Twin Tower โดยมีจุดประสงค์ดังนี้
1. เพื่อเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ทรงเกียรติ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่ชมรมเช่นจากกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรมไทย และหน่วยงานของรัฐ
ตลอดทั้งหน่วยงานของเอกชน ที่สามารถนำวิชาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ในด้านต่างๆ
มาเผยแพร่ให้กับสมาชิกของชมรมได้
1. ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์(ข้อ43) ไม่ได้เกี่ยวข้องทั้งอำนาจ
และหน้าที่กับสมาชิกกิตติมศักดิ์
ตาม 5.3 แต่อย่างใดทั้งที่มีคุณลักษณะและคุณสมบัติเหมือนกัน
จะต่างกันเพียงข้อความและความรู้สึกเท่านั้น จึงตราไว้ในบทเฉพาะกาล
หากภายภาคหน้าสถานการณ์เปลี่ยนไป
ก็สามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้ตามความเหมาะสมต่อไป

หมวดที่ 1
4 . วัตถุประสงค์(เพิ่มเติม)แนบท้ายหมวด 7 ในข้อ 4.4
4.1 เปลี่ยนแปลงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ความคิดเห็น สามารถนำ
ประโยชน์สูงสุดไปพัฒนาองค์กรและยกระดับความรู้ความสามารถของสมาชิกให้สูงขึ้น
4.1 เพื่อเป็นศูนย์รวมในการศึกษา ค้นคว้า สำรวจ วิจัย ตลอดจนสรรหาวิทยากร
และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในองค์กร
4.1 เพื่อส่งเสริมและขอการสนับสนุนทางวิชาการ จากหน่วยงานรัฐ และเอกชน
มาพัฒนาเป็นแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้อง ให้สอดคล้องกับระเบียบ
ตามตัวบทกฎหมายของทางราชการและมาตราฐานสากล
4.1 เพื่อศึกษาค้นคว้าและพัฒนา ด้านการประหยัดพลังงานและการลดต้นทุนใน
การผลิตในทุกรูปแบบ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแบองค์กรต้นสังกัด
4.1 เพื่อส่งเสริมงาวัฒนาธรรม ตลอดจนการอนุรักษ์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม
4.1 เพื่อพบปะสังสรรค์ สร้างความสามัคคีในกลุ่มสมาชิกและครอบครัว ช่วย
เหลือซึ่งกันและกันตามสถานภาพ
4.1 ชมรมจะวางตัวเป็นกลางในทางการเมือง แต่ให้การสนับสนุนการปกครองใน
ระบอบประชาธิปไตย

หมายเหตุ
หมายเหตุ
การตราข้อบังคับเพิ่มเติมในหมวดที่ 1 ข้อ 4 ไโดยอาศัยข้อบังคับในหมวดที่ 6
ข้อ 38 (ข้อ38.1) ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรม เมื่อวันพุธที่ 7 มกราคม
2542 ณ โรงแรม Sol Twin Tower
โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้มีความชัดเจนในการประหยัดและลดต้นทุนการผลิตทั้งภาคทฤษฎี
และภาคปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรต้นสังกัด

สมัครสมาชิก คลิกที่นี่



ชมรมผู้บริหารงานวิศวกรรมในโรงแรมและอาคารพาณิชย์ Hotels & Buildings Chief Engineering's Club
© Copyright 2012 www.engineeringsclub.com All rights reserved